สืบสานตำนานปิดตาเมืองชล: ประวัติและวัตถุมงคล "หลวงพ่อสำลี วัดห้วยยาง" จ.ชลบุรี
หากกล่าวถึงพระเกจิอาจารย์สายตะวันออกที่มีวัตรปฏิบัติน่าเลื่อมใส และเป็นผู้สืบทอดวิชาการสร้าง "พระปิดตา" ตามตำรับดั้งเดิมของเมืองชลบุรี ชื่อของ พระครูไพศาลวิสุทธิคุณ หรือ หลวงพ่อสำลี ญาณสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยยาง ย่อมเป็นชื่อที่ศิษยานุศิษย์และนักสะสมต่างให้การยอมรับ ด้วยความเข้มขลังของมวลสารและจริยวัตรอันเรียบง่ายตามสายวิปัสสนากัมมัฏฐาน
๑. อัตโนชีวประวัติ: ชาติกำเนิดและเส้นทางแห่งธรรม
หลวงพ่อสำลี (สถานะเดิม: สำลี วงศ์วาร) เกิดเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๙ ณ ตำบลมาบไผ่ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ท่านเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๖๙ โดยมีหลวงพ่อแดง วัดใหญ่อินทาราม เป็นพระอุปัชฌาย์
หลังอุปสมบท ท่านมุ่งเน้นศึกษาพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด และปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดห้วยยาง ตำบลหนองหงษ์ อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ท่านเป็นพระเถระที่ยึดหลักพรหมวิหารธรรม พัฒนาวัดห้วยยางจนเจริญรุ่งเรือง ก่อนจะมรณภาพในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ รวมสิริอายุ ๗๕ ปี ๕๔ พรรษา
๒. ตำนานพระปิดตา: การสืบทอดวิชาจากสองปรมาจารย์
จุดเด่นที่ทำให้วัตถุมงคลของหลวงพ่อสำลีเป็นที่เสาะหา คือการที่ท่านเป็นศิษย์ผู้สืบทอดวิชาการสร้างพระปิดตาจาก ๒ พระเกจิชื่อดัง:
หลวงพ่อโต วัดเนินสุทธาวาส: ปรมาจารย์เจ้าของตำนานพระปิดตาเนื้อผงคลุกรักอันดับต้นๆ ของเมืองไทย
หลวงพ่อเปิ้น วัดบ้านเก่า: อีกหนึ่งสุดยอดเกจิผู้เข้มขลังแห่งเมืองชลบุรี
ด้วยเหตุนี้ พระปิดตาของหลวงพ่อสำลีจึงมีมวลสารเก่าของหลวงพ่อโตและหลวงพ่อเปิ้นผสมอยู่ด้วยจำนวนมาก ทำให้พุทธคุณโดดเด่นทั้งด้านเมตตามหานิยมและแคล้วคลาดปลอดภัย
๓. เจาะลึกวัตถุมงคล: จากรุ่นแรกสู่พิมพ์นิยม
ยุคแรก (พ.ศ. ๒๔๙x): "รุ่นจุ่มรัก" และ "รักแดงน้ำเกลี้ยง"
ในช่วงเริ่มแรก หลวงพ่อสำลีลงมือสร้างและกดพิมพ์พระด้วยมือท่านเองเกือบทุกองค์ พระปิดตายุคต้นนี้จะมีความพิเศษที่ "น้ำรัก" โดยจะใช้รักแดงออกสีเลือดหมู (รักน้ำเกลี้ยง) ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ในพระปิดตายุคต้นของวัดป่า สันนิษฐานว่าสร้างในเวลาใกล้เคียงกับยุค "พระปิดตาหลวงพ่อแก้ววัดต่างๆ"
เกร็ดตำนาน: ในยุคต้น หลวงพ่อสำลีมักจะจุ่มรักเพื่อเคลือบองค์พระ แต่ต่อมาท่าน "แพ้รัก" อย่างรุนแรงจนมือเกือบเน่า ท่านจึงเปลี่ยนกรรมวิธีการสร้างจากแบบจุ่มรัก มาเป็น "เนื้อผงคลุกรัก" และสร้างพิมพ์อื่น ๆ เช่น พิมพ์ใบโพธิ์และพิมพ์สายรุ้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำรักโดยตรง
พิมพ์นิยมหลังยันต์นะขมวด (พ.ศ. ๒๕๑๓)
ถือเป็นรุ่นที่มีมาตรฐานการสะสมและมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดรุ่นหนึ่ง สร้างขึ้นเพื่อหาทุนปฏิสังขรณ์วัดห้วยยาง มีเอกลักษณ์ที่ "ยันต์นะขมวด" ด้านหลังพระ โดยมีการจัดสร้างรวม ๓ สีหลัก ดังนี้:
| สีขององค์พระ | จำนวนการสร้างโดยประมาณ | หมายเหตุ |
| สีดำ (คลุกรัก) | ไม่เกิน ๒,๐๐๐ องค์ | เป็นที่นิยมสูงสุด |
| สีขาว | ไม่เกิน ๒,๐๐๐ องค์ | - |
| สีเหลือง | ไม่เกิน ๒,๐๐๐ องค์ | - |
| พิมพ์พิเศษ | ๕๐๐ องค์ | ทาชาด ลงรัก ปิดทอง (หายากและเป็นที่ต้องการมาก) |
พระรุ่นปี ๒๕๑๓ นี้ หลวงพ่อสำลีได้เมตตา ปลุกเสกเดี่ยวตลอด ๑ พรรษา เต็ม เพื่อให้มั่นใจในพุทธคุณก่อนมอบให้แก่ลูกศิษย์
๔. บทสรุป
วัตถุมงคลของหลวงพ่อสำลี วัดห้วยยาง ไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงามทางพุทธศิลป์เท่านั้น แต่แฝงไปด้วยความตั้งใจและความเพียรของพระอาจารย์ผู้สร้าง ตั้งแต่ความอุตสาหะในการกดพิมพ์ด้วยมือตนเอง จนถึงความอดทนต่ออาการแพ้รักเพื่อให้ได้วัตถุมงคลที่ดีที่สุดสำหรับลูกศิษย์ พระปิดตาของท่านจึงเป็น "ของดีเมืองชล" ที่เปี่ยมไปด้วยพุทธคุณและเรื่องราวอันเป็นตำนานอย่างแท้จริง



No comments:
Post a Comment